วิธีง่ายๆเพื่อบำรุงผิวให้ผิวขาวใส สดชื่น คืนความอ่อนวัยด้วยตัวเองที่บ้านค่ะ
Tag: อาหารเสริมผิวขาว2 ผิวขาวสวยใส2 ผิวขาวเป็นธรรมชาติ2 ผิวขาวสวยเด้ง2 ผิวขาวเปล่งปลั่ง2 ผิวขาวเนียนสวย2 ผิวขาวเยาว์วัย2 ผิวขาวอมชมพู2 ผิวขาวไร้ริ้วรอย2
1. ใช้ผ้าไปแช่ในน้ำอุ่น นำมาวางไว้ที่หน้าเพื่อเปิดรูขุมขนของเรา จากนั้นใช้น้ำผึ้งทาลงบนใบหน้าทิ้งไว้ซัก 15-30 นาที แล้วล้างด้วยน้ำอุ่น และนำผ้าที่แช่ด้วยน้ำเย็นมาเช็ดทำความสะอาด
2.นำไข่แดงดิบทาลงบนใบหน้าและลำคอให้ทั่วทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น
3. นำไข่ขาวมาพอกหน้า รอจนไข่ข้าวแห้งจนมีสีขาว คุณจะรู้สึกอุ่นๆ บนผิวหน้า
4. นำผลองุ่นประมาณครึ่งลูก ถูลงบนใบหน้าจนน้ำจากองุ่นซึมเข้าผิวหน้า แล้วค่อยล้างด้วยน้ำสะอาด
5. นำกล้วยสุกมาบดจนละเอียดแล้วนำไปพอกใบหน้าของคุณ ทิ้งไว้ 15-30 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
6. โยเกิร์ตนั้นสามารถฟื้นฟูความชุ่มชื้นของผิวหน้าได้อย่างดี นำมาพอกหน้าแล้วทิ้งไว้อย่างน้อย 15-20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
7. ถ้าริมฝีปากของคุณแห้งและแตก ให้ใช้น้ำมันมะกอกทางบางๆที่ริมฝีปากของคุณให้ชุ่มชื้นก่อนนอน
8. นำเนื้ออะโวคาโดมาบดให้ละเอียดและนำไปใช้พอกหน้า แล้วพักไว้อย่างน้อย 10 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด อโวคาโดเป็นผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพและยังช่วยฟื้นฟูผิวของเราได้เป็นอย่างดี
9. เตรียมนมสดรสจืด ไว้ในแก้วเล็กๆ ใช้สำลีจุ่มนมจืดในชุ่ม เช็ดให้ทั่วไปทั้งผิวหน้าจนกว่าคุณจะรู้สึกว่าผิวหน้ากระชับ แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น คุณจะรู้สึกว่าผิวหน้าของคุณนุ่มขึ้น
10. ใช้ Baking Soda ในการช่วยผลัดผิวที่ตายแล้วบนใบหน้าของคุณได้เป็นอย่างนะคะ
Related website: แนะนำเว็บที่เกี่ยวข้อง ผิวขาว
Credit : ติดตามข้อมูลเพื่อสาวๆที่ต้องการผิวขาวได้ที่ อาหารเสริมผิวขาว
ผิวขาวสวย สุขภาพดี ด้วยอาหารเสริมผิวขาว โดยปูเปรี้ยวฟูด จำหน่ายอาหารเสริมผิวขาว ราคาประหยัด คุณภาพสูง ปลอดภัย
วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557
ผิวขาวสุขภาพดีเพิ่มผักผลไม้
Tag: อาหารเสริมผิวขาว อาหารเสริมผิวขาวราคาถูก อาหารเสริมผิวขาวปลอดภัย ผิวขาวสวยใส ผิวขาวเต่งตึง ผิวขาวใสสวยเด้ง ผิวขาวเนียนเปล่งปลั่ง ผิวขาวเนียนสวย ผิวขาวอ่อนเยาว์ ผิวขาวสีอมชมพู ผิวขาวใสไร้ริ้วรอย
ถึงแม้ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาจะมีโครงการรณรงค์ให้มีการบริโภคผัก ผลไม้อย่างมากในประชากรไทย
แต่จากรายงานโครงการศึกษาวิจัยแผนการลงทุนทางด้านสุขภาพในแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2554) พบว่าคนไทยมากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ บริโภคผักผลไม้ตํ่ากว่าเกณฑ์มาตรฐานขั้นตํ่าที่องค์การอนามัยโลกและองค์การอาหารและเกษตรของสหประชาชาติกำหนดไว้คืออย่างน้อย 400 กรัมต่อวัน นอกจากนี้ผลการสำรวจสุขภาพประชาชนครั้งที่ 4 เมื่อ พ.ศ. 2551-52 ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย สถาบันวิจัยระบบการสาธารณสุข
ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ โดยกระทรวงสาธารณสุข
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการ
สร้างเสริมสุขภาพ และโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจึงพบว่าประชากรไทยอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป
บริโภคผักและผลไม้ในปริมาณต่อวัน ตํ่ากว่าข้อแนะนำ (คือ 5 ถ้วยมาตรฐานต่อคนต่อวัน)
ถึงร้อยละ 82.3 และเมื่อพิจารณาตามกลุ่มอายุพบว่ากลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไปบริโภคผักและผลไม้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ (200 กรัมต่อคนต่อวัน)
กลุ่มประชากรที่อาศัยอยู่นอกเขตเทศบาลมีสัดส่วนที่บริโภคผักผลไม้ตํ่ากว่าเกณฑ์มาตรฐานมากกว่าประชากรที่อยู่ในเขตเทศบาล
เป็นที่น่าสนใจว่าเมื่อเทียบกับข้อมูลการบริโภคผักและผลไม้ในการสำรวจสุขภาพฯ
ครั้งที่
3 พ.ศ.
2547 จะพบว่าสัดส่วนการบริโภคผักและผลไม้อย่างเพียงพอตามข้อแนะนำนั้นไม่เพิ่มขึ้นเลย นอกจากนี้ปัจจัยเสี่ยงคือการบริโภคผักและผลไม้น้อย แล้วก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้มีสาเหตุได้แก่
1)เน้นอร่อยปาก มากกว่าคำนึงถึงประโยชน์ของการกิน
2)นิยมบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของแป้งและนํ้าตาลเพิ่มขึ้นจนเกินเกณฑ์มาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนด
3)เด็กไทยนิยมบริโภคขนม กลุ่มขนมแป้งกรอบมากกว่าผลไม้ถึง 4 เท่า
4)บริโภคนิยมโดยเฉพาะตามแนวตะวันตกที่อุดมด้วยอาหารไขมัน
เกลือและ แป้ง ค่านิยมวัยรุ่นไทยเรื่อง
กิน ดื่ม ส่งผล ให้การบริโภคผัก ผลไม้น้อยลงไปด้วย
5) ขาดการเชื่อมโยงของกิจกรรมที่ส่งเสริมไปยังผู้บริโภค ไม่ครบวงจร
การสร้างเสริมสุขภาพ
ต้องเป็นไปเพื่อทำให้เกิดสุขภาวะอย่างเป็นองค์รวมทั่วทั้งสังคม โดยมุ่งไปสู่การลดการเจ็บป่วย
การพิการและการตายที่ไม่สมควร และลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ
ตามแนวทางหลักคิด “การสร้างสุขภาพ นำการซ่อมสุขภาพ” ซึ่งจะเห็นได้ว่าหากมีการเพิ่มการบริโภคผัก
ผลไม้ในประชากรไทยจะสามารถป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังร้ายแรง ยกตัวอย่างเช่น โรคเบาหวาน หัวใจ และ หลอดเลือด
และมะเร็ง ได้ด้วย
โดยปัจจุบันวิถีชีวิตของประชากรไทยเปลี่ยนแปลงไปส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคมีแนวโน้มในการบริโภคเนื้อสัตว์ เช่นเนื้อวัว เนื้อหมู รวมทั้งเนื้อสัตว์ซึ่งผ่านกระบวนการแปรรูป
ได้แก่ ไส้กรอก แฮม
เบคอน และผลิตภัณฑ์อื่นๆเพิ่มมากขึ้น
โดยวิถีชีวิตที่เร่งรีบ และค่านิยมในการซื้ออาหารในร้านสะดวกซื้อ
หรือบริโภคตามโฆษณาของเด็ก วัยเรียน เช่นหมูกระทะ
เป็นต้น ในขณะที่สาเหตุของมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่มีอัตราส่วนเพิ่มมากขึ้นจากเดิม มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นต้นเหตุ การตายอันดับที่ 3 ในผู้ชายและอันดับที่
5 ในผู้หญิงของประชากรในประเทศไทย (อ้างอิง Khuhaprema et al.,
2010) ปัจจุบัน พบว่าการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่พบสูงสุดในกลุ่มประชากรในเขตกรุงเทพฯ
ทั้งเพศหญิงและชายมีแนวโน้มเพิ่มอันดับขึ้นจนมีความเป็นไปได้ที่จะแซงหน้า มะเร็งปอดซึ่งเคยเป็นสาเหตุการตายอันดับที่ 2 ในเพศชาย
และอันดับที่ 4 ในเพศหญิงของประชากร การบริโภคเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์แปรรูปดังกล่าวข้างต้น มีรายงานการวิจัยสนับสนุนมากมายว่าเป็นสาเหตุของการเกิดของมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (อ้างอิง WCRF/AICR, 2007) ทั้งๆที่มีการบริโภคอาหารที่มีใยอาหารสูงมีรายงานการวิจัยสนับสนุนมากมายว่าสามารถลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักได้
รวมถึงการบริโภคผักใบ และใยอาหารในกลุ่มที่ไม่ได้เป็นแป้งเป็นประจำมีผลลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร
ช่องปาก คอหอย กล่องเสียง และหลอดอาหาร ส่วนพืชกลุ่มหอม กระเทียมสามารถลดความเสี่ยงของมะเร็งกระเพาะอาหารได้
ส่วนการบริโภคผลไม้ที่หลากหลายเป็นประจำจะสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งที่ปอด
กระเพาะอาหาร ช่องปาก คอหอย กล่องเสียง
และหลอดอาหารได้ ทั้งนี้กลไกการป้องกันมะเร็งหรือว่าการต้านอนุมูลอิสระเกิดจากสารพฤษเคมีที่มีอยู่อย่างมากมายในผัก ผลไม้หลากหลายสีได้แก่
สารฟลาโวนอยด์
(flavonoids) แคโรตินอยด์(carotenoids) ไดอะรีลซัลไฟด์
(diallylsulphide) สารประกอบฟีนอลิก(phenolic compounds) กลูโคซิโนเลท
(glucosinolate) เป็นต้น (อ้างอิง WCRF/AICR, 2007)
นอกจากนั้นยังเป็นที่ทราบกันอย่างดีว่าการบริโภคผักผลไม้เป็นประจำน้ันจะช่วยเรื่องการขับถ่ายและลดความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆมากมายที่มีผลกระทบต่อภาวะสุขภาพได้แก่
โรคไขมันในเส้นเลือด อีกทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือด
ซึ่งโรคต่างๆดังกล่าวมีผลมาจากการเกิดอนุมูลอิสระเข้าไปทำลายเซลล์ ดังนั้นหากจะสามารถป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระไม่ให้เข้าไปทำลายเซลล์โดยการได้รับสารต้านอนุมูลอิสระจากอาหารก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆดังกล่าวมาแล้วได้ จากการรวบรวมรายงานการวิจัยกับมนุษย์ต่อการบริโภคผัก ผลไม้ในรูปแบบอาหารและเครื่องดื่ม
ทั้งนี้ไม่รวมการศึกษาที่มีการให้รับประทานส่วนสกัดของสารสำคัญในผัก
ผลไม้
ประโยชน์ของผัก
ผลไม้มากมาย เรามารับประทานผัก ผลไม้ ในสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อสุขภาพกันเถอะ
เครดิต: การเพิ่มการบริโภคพืช
ผัก ผลไม้ บก. ชนิพรรณ บุตรยี่ โดย สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
Related website: แนะนำเว็บที่เกี่ยวข้อง ผิวขาว
Credit : ติดตามข้อมูลเพื่อสาวๆที่ต้องการผิวขาวได้ที่ อาหารเสริมผิวขาว
วันพุธที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2557
วิธีการทำส่วนผสมขัดผิวด้วยตัวเอง เพื่อผิวขาวได้ราคาประหยัด
อาหารเสริมผิวขาว ผิวขาวสวยใส ผิวขาวเป็นธรรมชาติ ผิวขาวสวยเด้ง ผิวขาวเปล่งปลั่ง ผิวขาวเนียนสวย ผิวขาวเยาว์วัย ผิวขาวอมชมพู ผิวขาวไร้ริ้วรอย
วิธีที่ 1 จาก 4 : ขัดผิวกายด้วยน้ำตาลขัดผิว
1. เทน้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วยลงในชามใหญ่
2. เทสบู่เหลวอาบผิวกายที่ปราศจากน้ำหอมลงชาม 1/3 ถ้วย
3. เทเบบี้ออยล์ที่มีวิตามินอี หรือน้ำมันมะกอก 1/4 ถ้วยเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น อาจเพิ่มน้ำมันหอมเพียงไม่กี่หยด อาจมีหลายตัวเลือก เช่นลาเวนเดอร์หรือวนิลลา
4. ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน แล้วทำผิวให้เปียกด้วยการล้างน้ำ อาบน้ำให้ผิวสะอาด จึงทาส่วนผสมลงบนพื้นที่ของร่างกายเน้นส่วนที่ต้องการขัด เช่นขา แขน ข้อศอก หรือหัวเข่า
5. ใช้ผ่ามือหรือผ้าขนหนูหมาดๆถู ขัดเบาๆ ให้เป็นวงกลมจนทั่ว แล้วล้างออกด้วยน้ำให้สะอาด เช็ดด้วยผ้าขนหนูแห้งและนุ่ม
วิธีที่ 2 จาก 4 : ขัดผิวง่ายๆด้วยผงฟู(เบกิ้ง โซดา)
1. ผสมผงฟูลงในน้ำปริมาณพอสำหรับการล้างหน้าตามปกติ ไม่ต้องเยอะมาก โดยส่วนผสมแค่เพียงพอจะทาลงบนผิวหน้านั้นได้เป็นทั่ว ให้พอดีกับขนาดของผิวหน้า
2. ทาส่วนผสมลงบนบริเวณผิวที่ต้องการขัดให้ทั่ว แล้วถูเป็นวงกลมเบาๆ ระวังอย่าให้แห้งจนถูยากเกินไป
3. ปล่อยไว้ประมาณ 5-10 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด
วิธีที่ 3 จาก 4: ผิวขาวใสเปล่งจากการขัดผิวด้วยน้ำตาล
1. ผสมส่วนผสมประกอบด้วย น้ำตาล 1 ช้อนชา น้ำผึ้ง 1/2 ช้อนชา และน้ำมะนาวเล็กน้อย
2. คนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี ถ้าส่วนผสมนั้นดูเปียกหรือใสเกินไปอาจเพิ่มน้ำตาลเล็กน้อย โดยให้ส่วนผสมที่เข้ากันนี้มีลักษณะข้นเล็กน้อย
3. ถูบนผิวหน้าเป็นวงกลมเบาๆ
4. แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที
5. หากเพิ่มปริมาณส่วนผสมนี้ให้มากขึ้นสามารถใช้ในการขัดส่วนที่เหลือของร่างกายของคุณได้อีกด้วย
วิธีที่ 4 จาก 4: ข้าวโอ๊ตขัดผิวสำหรับผิวแพ้ง่าย
1. ข้าวโอ๊ตบด โดยอาจใช้เครื่องบดอาหาร เครื่องปั่น หรือเครื่องบดเมล็ดกาแฟ
2. ผสมข้าวโอ๊ตบด 1 ช้อนโต๊ะกับเกลือ 1/4 ช้อนชาและน้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา หรือน้ำเปล่า
3. คนจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี พร้อมสำหรับทาบนผิว
4. ทาบนผิวแล้วขัดเบาๆเป็นวงกลม
5. ปล่อยไว้ประมาณ 5-10 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น
Related website: แนะนำเว็บที่เกี่ยวข้อง ผิวขาว
Credit : ติดตามข้อมูลเพื่อสาวๆที่ต้องการผิวขาวได้ที่ อาหารเสริมผิวขาว
วิธีที่ 1 จาก 4 : ขัดผิวกายด้วยน้ำตาลขัดผิว
1. เทน้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วยลงในชามใหญ่
2. เทสบู่เหลวอาบผิวกายที่ปราศจากน้ำหอมลงชาม 1/3 ถ้วย
3. เทเบบี้ออยล์ที่มีวิตามินอี หรือน้ำมันมะกอก 1/4 ถ้วยเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น อาจเพิ่มน้ำมันหอมเพียงไม่กี่หยด อาจมีหลายตัวเลือก เช่นลาเวนเดอร์หรือวนิลลา
4. ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน แล้วทำผิวให้เปียกด้วยการล้างน้ำ อาบน้ำให้ผิวสะอาด จึงทาส่วนผสมลงบนพื้นที่ของร่างกายเน้นส่วนที่ต้องการขัด เช่นขา แขน ข้อศอก หรือหัวเข่า
5. ใช้ผ่ามือหรือผ้าขนหนูหมาดๆถู ขัดเบาๆ ให้เป็นวงกลมจนทั่ว แล้วล้างออกด้วยน้ำให้สะอาด เช็ดด้วยผ้าขนหนูแห้งและนุ่ม
วิธีที่ 2 จาก 4 : ขัดผิวง่ายๆด้วยผงฟู(เบกิ้ง โซดา)
1. ผสมผงฟูลงในน้ำปริมาณพอสำหรับการล้างหน้าตามปกติ ไม่ต้องเยอะมาก โดยส่วนผสมแค่เพียงพอจะทาลงบนผิวหน้านั้นได้เป็นทั่ว ให้พอดีกับขนาดของผิวหน้า
2. ทาส่วนผสมลงบนบริเวณผิวที่ต้องการขัดให้ทั่ว แล้วถูเป็นวงกลมเบาๆ ระวังอย่าให้แห้งจนถูยากเกินไป
3. ปล่อยไว้ประมาณ 5-10 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด
วิธีที่ 3 จาก 4: ผิวขาวใสเปล่งจากการขัดผิวด้วยน้ำตาล
1. ผสมส่วนผสมประกอบด้วย น้ำตาล 1 ช้อนชา น้ำผึ้ง 1/2 ช้อนชา และน้ำมะนาวเล็กน้อย
2. คนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี ถ้าส่วนผสมนั้นดูเปียกหรือใสเกินไปอาจเพิ่มน้ำตาลเล็กน้อย โดยให้ส่วนผสมที่เข้ากันนี้มีลักษณะข้นเล็กน้อย
3. ถูบนผิวหน้าเป็นวงกลมเบาๆ
4. แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที
5. หากเพิ่มปริมาณส่วนผสมนี้ให้มากขึ้นสามารถใช้ในการขัดส่วนที่เหลือของร่างกายของคุณได้อีกด้วย
วิธีที่ 4 จาก 4: ข้าวโอ๊ตขัดผิวสำหรับผิวแพ้ง่าย
1. ข้าวโอ๊ตบด โดยอาจใช้เครื่องบดอาหาร เครื่องปั่น หรือเครื่องบดเมล็ดกาแฟ
2. ผสมข้าวโอ๊ตบด 1 ช้อนโต๊ะกับเกลือ 1/4 ช้อนชาและน้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา หรือน้ำเปล่า
3. คนจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี พร้อมสำหรับทาบนผิว
4. ทาบนผิวแล้วขัดเบาๆเป็นวงกลม
5. ปล่อยไว้ประมาณ 5-10 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น
Related website: แนะนำเว็บที่เกี่ยวข้อง ผิวขาว
Credit : ติดตามข้อมูลเพื่อสาวๆที่ต้องการผิวขาวได้ที่ อาหารเสริมผิวขาว
วันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2557
อาหารเพื่อผิวขาวสวย
วิธีการเลือกอาหารที่ช่วยรักษาความงามของคุณ
ผิวกระจ่างใสเป็นประกายเงางามสุขภาพผิวและลักษณะที่สวยงามแสดงให้เห็นว่าสุขภาพของตนเองและบำรุงและช่วยให้คุณมีความรู้สึกของความเชื่อมั่นเมื่อก้าวออก และความงามและการดูแลผิวในตลาดไม่ลังเลที่จะเล่นบนความไม่ปลอดภัยของเราในลักษณะแผนกขายหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่มีสัญญาของความงามนิรันดร ยังไม่มีอะไรที่ทำให้คุณเป็นที่สวยงามด้านนอกเป็นอาหารที่อยู่ภายในของคุณด้วยอาหารสุขภาพ
เป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกายของคุณให้ผิวของคุณสมควรที่จะได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยสารอาหารที่เหมาะสมในการรักษาสุขภาพที่ดีที่สุด จำนวนที่เพิ่มขึ้นของการศึกษาได้แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของการรับประทานอาหารบางชนิดเพื่อเพิ่มผิวดูมีสุขภาพดีและโดยรวมเป็นอยู่ที่ดี และดีที่สุดของทั้งหมดนี้หรือไม่กำลังมองหาที่ดีไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายโชคลาภรสนิยมที่ดีไม่ต้องใช้ความพยายามเพียรหรือเกี่ยวข้องกับเวลามากเกินไป
ขั้นตอนที่
1.
เพิ่มความชุ่มชื้นผิวและร่างกายของคุณและรักษาสุขภาพของคุณด้วยชาเขียว คาเฟอีนในชาเขียวให้ชุ่มชื้นคุณซึ่งจะช่วยให้ผิวของคุณเต่งตึง
จะเต็มไปด้วย สารต้านอนุมูลอิสระ(catechins) และเหล่านี้เป็นธรรมชาติปกป้องผิวของคุณจากความเสียหายของดวงอาทิตย์
(แต่คุณยังคงต้องใช้เวลาที่เหมาะสมข้อควรระวังดวงอาทิตย์ป้องกันเช่นกัน)
และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีการป้องกันร่างกายขั้นพื้นฐานต้านอนุมูลอิสระที่อายุผิวของคุณ
และร่างกาย ส่วนผสมที่ใช้งานที่ช่วยกระตุ้น การเผาผลาญอาหาร
ยังสามารถพบได้ในชาเขียว; การเผาผลาญอาหารที่ดีในทางกลับกันจะเผาไหม้ออกไขมันส่วนเกินเพื่อช่วยให้คุณผอมและตัดแต่ง
และชาเขียวสามารถช่วยรักษาใจของคุณและชะลอกระบวนการชราของตนซึ่งจะสามารถช่วยให้คุณรู้สึกสวยขึ้นเพราะคุณไม่ได้พยายามที่จะจดจำสิ่งหรือการกัดกร่อน
เกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อม [รูปแบบที่แตกต่างกันมากของชาเขียวที่มีอยู่ใน
ตลาดและเลือกที่ดีของประเภทที่แตกต่างกันสามารถใช้ได้สำหรับคุณที่จะเลือกจากรวมชาเขียวรสและตามฤดูกาล
2. ชะลอกระบวนการชราที่มีวิตามินอีวิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญการต่อต้านริ้วรอยและสามารถช่วยชะลอริ้วรอย มันสามารถพบได้ในอาหารเช่น เมล็ดฟักทอง, อัลมอนด์คั่วแห้ง, ถั่วและเมล็ดพืชอื่น
ๆ และ จำนวนเงินขนาดเล็กของน้ำมันพืชที่มีคุณภาพ
3. กินอาหารที่มีโอเมก้า 3 กรดโอเมก้า 3 ไขมันที่ช่วยให้ผิวหน้าของคุณเรียบที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบของพวกเขาและผมของคุณเงางามและอยู่ในสภาพดี
โอเมก้า 3 สามารถพบได้ใน ช่วงของอาหารเช่นปลาน้ำเย็น
(ปลาทูน่า ปลาแซลมอน , ปลาทู, ปลาเทราท์,
แฮร์ริ่ง, ปลาซาร์ดีน), เมล็ดลินิน,
และ วอลนัท
·
ลดการอักเสบและสีแดงของผิวด้วยปลาแซลมอนและน้ำมันมีผิวงามโอเมก้า
3 กรดที่ชุ่มชื้นและช่วยลดรอยแดงและการอักเสบของผิว ปลาแซลมอนยังมี ซีลีเนียม
ซึ่งจะช่วยให้ปัญหาผิวต่างๆและสุขภาพผิวโดยรวม
·
รวมทั้งกรดไขมันโอเมก้า
3 กรดไขมันที่จำเป็นอื่น ๆ
ควรจะรวมอยู่ในอาหารของคุณที่จะเสริมสร้างเล็บและผิวของคุณและเพื่อลดการอักเสบรอบเล็บ
กรดไขมันดังกล่าวสามารถพบได้ในน้ำมันสีเหลืองอ่อนเย็น, น้ำมันโบราช, น้ำมันลินิน และน้ำมันปลา
4.
เพลิดเพลินกับโอเมก้า
6 เป็นแหล่งของการเติมเต็มผิวอื่น มีเนยถั่วลิสงและแซนวิชวุ้นเพียงแค่ให้แน่ใจว่าขนมปังธัญพืชและวุ้นจะถูกเพิ่มเท่าที่จำเป็น
เนยถั่วลิสงเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ของกรดไขมันโอเมก้า 6
ซึ่งมาในครั้งที่สองใกล้กับโอเมก้า 3s เมื่อมันมาถึงการปกป้องผิวจากริ้วรอย อะโวคาโดเป็นแหล่งที่ดีของโอเมก้า 6
ด้วย
5.
ฟื้นฟูเซลล์ผิวของคุณและให้ร่างกายของคุณในรูปด้านบนกับมะเขือเทศ
มะเขือเทศเต็มไปด้วยสีแดงที่เรียกว่าไลโคปีนซึ่งดูเหมือนจะทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
สารต้านอนุมูลอิสระนี้จะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระก่อนที่จะสามารถทำให้เกิดความเสียหายและ
สามารถเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพผิวที่ดีนั้นยังสามารถปกป้องผิวจากการอัลตร้าไวโอเลต (UV) ความเครียดมะเขือเทศยังมี ไฟเบอร์
และวิตามินที่สามารถช่วยให้การพัฒนาของเซลล์ผิวในขณะที่วิตามินขาดสามารถนำไปสู่ผิวแห้ง
นอกจากนี้ยังมีมะเขือเทศเต็มไปด้วยไฟเบอร์ซึ่งยังช่วยให้ร่างกายของคุณในรูปร่างที่ดี
มะเขือเทศสุกสามารถให้การเข้าถึงสารอาหารมากขึ้นกว่าที่มีพวกเขาดิบ
แต่อย่างใดสุกหรือดิบผลไม้เหล่านี้จะทำคุณโลกของดี
6.
มุ่งมั่นสำหรับผิวที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ส้ม มี วิตามินซี , สารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นอนุมูลอิสระเช่นที่เกิดจากการตากแดดหรือผู้ที่มาจากก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ที่ปล่อยออกมาโดยการย้ายยานพาหนะ
ฯลฯ ความเสียหายอนุมูลอิสระที่นำไปสู่ ริ้วรอยก่อนวัยของผิวและวิตามินซี เป็นวิธีที่ดีที่จะให้ผิวและร่างกายของคุณเพิ่ม
รวมทั้งส้ม, ผลไม้เช่นมะนาวอื่น ๆ
เป็นแหล่งที่ดีของวิตามินซีหรือผักเช่นพริก
• เลือกรับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินพี เพื่อกระตุ้น
คอลลาเจน ผลิต
คอลลาเจนช่วยให้ผิวดูอ่อนกว่าวัยและเจ้าเนื้อและช่วยให้เหงือกของคุณยากสำหรับสุขภาพฟันที่ดี
รวมทั้งส้ม, วิตามินพี พบในเปลือกผลไม้รสเปรี้ยวรวม บรอกโคลี
แคนตาลูปและชาดำ
7. เครื่องดื่มอุดมความชุ่มชื่นและให้ผิวของคุณเรียบเนียน ดื่มน้ำมากและควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มที่ไร้คาเฟอีนและแอลกอฮอล์
มุ่งหวังที่จะดื่มครึ่งหนึ่งของน้ำหนักร่างกายของคุณของน้ำในออนซ์ทุกวัน
· เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจจะดูเหมือนไม่น่ากลัวพอเมื่อคุณกำลังมองหาการผ่อนคลาย
แต่ผลกระทบของมันบนผิวของคุณเป็นอะไร แต่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห้งออกผิวและใบมันระคายเคืองและซีด-กระชับ จะช่วยลดประกายไฟออกมาจากดวงตาของคุณออกจากพวกเขาทึบและมีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปเมื่อเวลาผ่านไปพื้นที่สีขาวของดวงตาของคุณจะปรากฏสีเหลืองและเหนื่อย
8.
ลดการบริโภคน้ำตาลของคุณ หรือที่เรียกว่า
"ความตายสีขาว"
น้ำตาลไม่ได้จริงๆสิ่งที่ร่างกายของเรามีในใจเมื่อมันมาถึงโภชนาการที่ดี
ชูการ์มีบทบาทที่โชคร้ายในการก่อให้เกิดผิวจะลดลงและริ้วรอยมันไม่นี้โดยการแนบตัวเองไปยังคอลลาเจนอีลาสตินและในผิวหนังทำให้มันกลายเป็นเปราะและจะทำลาย อีกข้อเสียความงามจากน้ำตาลคือการสร้างความมืด
วงกลมใต้ตา
• ต้องการที่สวยงาม รอยยิ้ม ? หลีกเลี่ยงการรับประทานน้ำตาลมากเกินไป
ให้ผิวขาวไข่มุกของคุณในรูปร่างที่สมบูรณ์แบบโดยการเก็บรักษาน้ำตาลให้น้อยที่สุดน้ำตาลกระตุ้นให้แบคทีเรียที่ทำให้เกิดช่องว่างที่จะแขวนรอบของ
ฟัน และเจาะไปก่อให้เกิดการสลายตัวและระมัดระวังเป็นอย่างมากจากน้ำผลไม้เป็นเพียงแหล่งที่เข้มข้นมากของน้ำตาลและน้ำผลไม้ที่ได้รับการแสดงให้เห็นว่าแม้จะทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้นกว่าโคล่า
]แต่การดื่มหรือล้างด้วยชาดำเป็นสิ่งที่ดีสำหรับฟันของคุณในขณะที่โพลีฟีน
ในชาดำที่ดูเหมือนจะลดคราบจุลินทรีย์สร้างขึ้น
• สมดุล น้ำตาลในเลือด
ช่วยให้คุณมีสุขภาพดีและดูดี
9. ลดการอักเสบของผิวด้วย แตงกวา แตงกวามักจะใช้เป็นฐานทั้งในเชิงพาณิชย์และผลิตภัณฑ์บ้านเตรียมความงามเช่นมาสก์หน้า, เจลและ ผงหมึก .
แตงกวามีคุณสมบัติธรรมชาติและการระบายความร้อนเป็นอย่างดีและมีปริมาณน้ำสูงของพวกเขาให้เป็นแหล่งที่ดีของความชุ่มชื้นสำหรับผิวที่ใบผิวดูนุ่มและมีน้ำมีนวล
· มะละกอ ยังสามารถลดการอักเสบของผิวที่เป็นคราบออกจากเนื้อเยื่อที่ตายแล้วและปรับปรุงให้เกิดแผลเป็นเมื่อนำมาใช้กับผิวนั้นยังมีผลต่อการขัดอ่อนโยนเมื่อเพิ่มให้กับสินค้าความงามผิว
10.
ลดแหล่งที่มาของความเครียดของคุณด้วยโภชนาการที่ดี
เน้นการดำเนินชีวิตที่สามารถส่งผลกระทบต่อวิธีการที่คุณมองทำให้คุณปรากฏโทรม
เหนื่อยและไม่สดชื่น เช่นเดียวกับการแก้ปัญหาแหล่งที่มาของความเครียดและได้รับการนอนหลับที่เพียงพอคุณสามารถเพิ่มความต้านทานต่อความเครียดของคุณโดยการเพิ่มการรับประทานวิตามินซีของคุณ
, การตัดออกจากอาหารขยะขนมหวานและไขมันอาหารอย่างรวดเร็วแทนการกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ
11.
เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของคุณ อาหารเช่นผลไม้สดและผักสุกครึ่ง (นึ่ง ฯลฯ )
ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของคุณ
ในทางกลับกันนี้จะสร้างสุขภาพร่างกายและช่วยในการรักษาโดยรวม
อาหารสูงในวิตามินซีมีความจำเป็นที่จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเติบโตแข็งแรง
• บลูเบอร์รี่ โกจิเบอร์รี่ และผลเบอร์รี่อื่น
ๆ
ที่โหลดยังมีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระภูมิคุ้มกันส่งเสริมที่กระตุ้นการผลิตคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและอ่อนนุ่ม
• ให้แน่ใจว่าจะได้รับวิตามินเคเพียงพอ
และสังกะสี สารอาหารเหล่านี้ช่วยให้ผิวของคุณที่จะซ่อมแซมตัวเอง
และสังกะสีเป็นที่รู้จักสำหรับความสามารถในการป้องกันการเกิดสิวและปรับปรุงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
หอยนางรมเป็นแหล่งที่สูงอย่างใดอย่างหนึ่งของสังกะสี
12.
กินอาหารหลากสีสัน
ไม่มีอาหารเสริมหรือสารอาหารเพียงอย่างเดียวสามารถให้คุณมีความงามประโยชน์
ที่จะได้รับผลประโยชน์ในทั้งหมดของพวกเขาคุณจะต้องกินอาหารที่หลากสีสัน
ที่หยิบขึ้นมาบนผลไม้จำนวนมาก, ผัก,
ถั่วเมล็ดธัญพืชและอาหารที่ดีต่อสุขภาพอื่น ๆ ในหลากหลายวิธี ประโยชน์ที่
ความหลากหลายของรสนิยมที่ดีอาหารที่น่าสนใจและสวยงามคุณ
Related website: แนะนำเว็บที่เกี่ยวข้อง ผิวขาว
Credit : ติดตามข้อมูลเพื่อสาวๆที่ต้องการผิวขาวได้ที่ อาหารเสริมผิวขาว
Credit : ติดตามข้อมูลเพื่อสาวๆที่ต้องการผิวขาวได้ที่ อาหารเสริมผิวขาว
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)











































